5.6.56

เที่ยวเกาะลันตา จ.กระบี่



                                                                                                                                                                             

                                                                                                                                                               บุษบาบัณ เรื่อง / ภาพ

                 "ดวงไฟประภาคารสวยล้ำค่า ยามที่เราล่องเรืออยู่ในทะเลลึกจนหาทางกลับไม่ได้ แต่เราจ้องดูดวงไฟ เพียงให้รู้ว่าควรเดินไปทางทิศทางใด แต่ใช่ว่าเราจะต้องหันหัวเรือ เพื่อมุ่งไปจอดเทียบท่าประภาคารเสียเมื่อไร  ได้รักเธอประภาคารก็ดูสวยดี"

                                                                    จาก จดหมายรักจากเรือถึงประภาคาร โดย ปราย พันแสง






               ข้อความข้างต้นคือเรื่องราวเกี่ยวกับประภาคารและความรักที่ถูกถ่ายทอดลงไปบนหน้ากระดาษโดยฝีมือของนักเขียนสาวผ้ลุ่มหลงในความงามของประภาคาร

                ประภาคาร  คือ ดวงตาของชาวเรือ ดวงไฟแห่งท้องทะเลในยามค่ำคืน วันที่ฟ้าไร้ซึ่งแสงอาทิตย์และแสงจันทร์ คือเครื่องสื่อความหมายบอกให้ชาวเรือในน่านน้ำนั้น ๆ ได้รู้ว่าเรือกำลังแล่นไปในทิศทางใด

                และ ประภาคารเดียวกันนั้นในอีกนัยยะหนึ่งก็สื่อถึงความหมายของ การรอคอย  ประภาคารคือฉากอันงดงามของนวนิยายรักหลายต่อหลายเรื่อง

                 ในประเทศไทยมีประภาคารที่กองเครื่องหมายทางเรือ กรมอุทกศาสตร์  กองทัพเรือ สร้างขึ้นทั้งสิ้น 14 แห่ง ที่เป็นที่รู้จักกันดี  เช่น   ประภาคารกาญจนาภิเษก  แหลมพรหมเทพ จ. ภูเก็ต ประภาคารพาหุรัตน์ เกาะจวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นต้น ซึ่งเครื่องหมายช่วยในการเดินเรือเหล่านั้นจะกระจายอยู่ทั้งสองฝั่งของน่านน้ำไทย   ซึ่งในปัจจุบันไม่เพียงแต่ใช้ในการเดินเรือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ประภาคารบางแห่งยังมีความสวยงามจนสามารถสร้างให้กลายเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ ดังเช่น ประภาคารเกาะลันตา หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ประภาคารปัชโชติวชิราภา ที่ตั้งอยู่ ณ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่นั้น  เป็นที่เลื่องลือในเรื่องของความงดงาม จนกล่าวขานกันในหมู่นักท่องเที่ยวว่า ทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกน้ำที่ประภาคารเกาะลันตา เป็นทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกที่งดงามมากที่สุดในเมืองไทย
                 จริง ไม่จริง ก็มีทางเดียวที่จะหาคำตอบได้ นั่นคือ ต้องเดินทางไปพิสูจน์ให้เห็นกับตา เหตุนี้จึงเป็นที่มาของการออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ เกาะลันตา อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ กับทริปตามหาประภาคารในครั้งนี้

                 เกาะลันตา ตั้งอยู่ในท้องทะเลฝั่งอันดามัน ระหว่าง จ. กระบี่ และเกาะพีพี  ประกอบด้วยเกาะลันตาน้อยและเกาะลันตาใหญ่ เกาะที่มีธุรกิจท่องเที่ยวและการประกอบการทั้งหมดจะอยู่ที่เกาะลันตาใหญ่ เพราะเกาะลันตาใหญ่เป็นเกาะที่ประกอบด้วยเวิ้งหาดจำนวนมาก 






               
                 ในครั้งนี้เราเลือกพักที่รีสอร์ตเล็ก ๆ ที่สวยงามแห่งหนึ่งในหาดพระแอะหรือหาดลองบีช ด้วยเหตุผลด้านความสะดวกสบายของร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และ ร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ พาหนะที่เราจะใช้เดินทางท่องเที่ยวสำรวจเกาะลันตาในครั้งนี้ ซึ่งจะมีร้านให้นักท่องเที่ยวเช่าอยู่ทั่วไป 



             หาดถัดมาคือ หาดคลองดาว มีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร มีชายหาดเนียนขาวและปลอดภัย เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ. หาดคลองดาวเป็นหาดแรกถัดจากบ้านศาลาด่าน  เป็นหาดแรกๆที่มีการสร้างโรงแรมขึ้น ตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ณ ปัจจุบันเป็นหาดที่มีโรงแรมมากที่สุด และส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมแบบครอบครัว เนื่องด้วยความสะดวกสบาย ใกล้แหล่งชุมชนอย่างบ้านศาลาด่าน จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวที่นิยมพักเป็นครอบครัวเลือกที่จะพักบนหาดนี้กันมาก

 


             ต่อมาคือ หาดพระแอะ หรือ ลองบีช  หรือ หาดที่เราเลือกเป็นที่พัก  หาดพระแอะเป็นหาดที่มีความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร ลักษณะหาดมีความลาดเอียงลงสู่ทะเล ฉะนั้น นักท่องเที่ยวที่ต้องการเล่นน้ำในบริเวณหาดนี้ ควรใช้ความระมัดระวังสักนิดหน่อย แต่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว คลื่นลมไม่แรงมาก หาดทรายมีความเนียนละเอียด นักท่องเที่ยวนิยมมาอาบแดดกันมากกว่า และมีทิวสนเรียบขนาบไปกับหาดทราย มีบาร์เล็ก บาร์ใหญ่และบริการต่างๆให้นักท่องเที่ยวครบครันเช่นกัน นอกจากนี้ตรงรอยเชื่อมทางใต้สุดของหาด สามารถลงเล่นน้ำสน๊อกเกิ้ลได้

 

                 ต่อจากหาดพระแอะหรือลองบีช ก็มาที่ หาดคลองโขง ซึ่งมีความยาวของหาดประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ มีต้นเตยทะเลและต้นสนทะเล ขึ้นเรียงรายเรียบไปกับความยาวของหาดเป็นช่วงๆ และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในยามน้ำทะเลลด สามารถมองเห็นโขดหินเรียงรายภายใต้ดวงตะวันสีส้มในยามพระอาทิตย์ตก และตามโขดหินเหล่านี้ ยังเป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำตัวเล็กๆ และสัตว์น้ำที่ต้องการพื้นที่ในการฟูมฟักจากไข่อ่อน ให้แข็งแรงพอที่จะออกไปเผชิญกับโลกกว้างเบื้องหน้า เราจึงสามารถเห็นลูกปลาตัวเล็กๆตามโขดหินนี้มากมาย และถ้าโชคดี เรายังสามารถจะได้เห็นวิธีการหากุ้งหรือกั้งจากโขดหิน เมื่อน้ำทะเลลดของชาวบ้านและชาวเลในเกาะลันตาที่ไม่เหมือนใครด้วย

                 ต่อมาเป็นหาดเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า หาดคลองโตบ  เป็นหาดเล็กๆ ที่มีความสวยงามและมากมายไปด้วยเรื่องราว มักเป็นที่จอดพักเรือหางยาวของชาวประมง และเป็นแหล่งอาหารของชาวบ้านที่จะมาหาอาหารพวกหอย พวกปูตามโขดหิน เอาไปทำอาหารในมื้อค่ำ หาดคลองโตบ โดดเด่นด้วยกระท่อมพักแรมของชาวบ้านที่ทำขึ้นเองอย่างง่ายๆ และสวยงามด้วยจุดชมวิวที่แปลกตา มีร้านกาแฟสดเล็กๆ ที่เปิดให้บริการอย่างเป็นกันเอง ถ้าได้ลองนอนเอนอ่านหนังสือ และจิบกาแฟสดหอมกรุ่น ในวันที่อากาศฟ้าสวยเข้มด้วยแสงแดดและสีเขียวสดของท้องทะเลแล้ว รับประกันได้ว่า คุณจะลืมเกาะลันตาไม่ลง
                 ต่อมาตามเส้นทางไปอุทยานแห่งชาติของถนนเส้นหลัก เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาจากบ้านศาลาด่าน มาประมาณ 20 กิโลเมตร จะเจอทางแยก ซึ่งมีป้ายบอกชัดเจนว่าถึงทางแยกไปหาดคลองนิน , หาดบากันเตียง และอุทยานแห่งชาติ

                และเมื่อเลี้ยวเข้าไปจะได้พบกับทางโค้งเล็กๆ ซึ่งนำพาเราออกสู่เส้นทางถนนกับทะเลที่ขนาบกัน และมีบังกะโล รีสอร์ท มากมายเรียงรายติดหาด และมีนักท่องเที่ยวเดินเล่นตามชายหาดอยู่อย่างสบายใจ


                  เลี้ยวขวาตามทางแยก ขับมาซักครู่ ขบวนรถก็ต้องหยุด เพื่อชมความงดงามของ หาดคลองนิน  ที่สวยด้วยหาดทรายขาวสะอาด และน้ำทะเลสีฟ้าใส เท่าที่สังเกตดู โรงแรมที่พักมีไม่แออัดมากนัก และราคาไม่แพง  หาดคลองนิน มีจุดเด่นอยู่ที่ความใสของน้ำทะเล  มีนักท่องเที่ยวสน๊อกเกิ้ลดูปลาทะเลได้จากริมหาด     นอกจากนี้หาดทรายของหาดคลองนิน ยังความลาดชันไม่มาก เราจึงมักพบนักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นกีฬา เช่น วอลเลย์บอล หรือ ฟุตบอลที่หาดนี้ด้วย

               ร้านอาหารและบาร์เบียร์ ที่หาดคลองนินก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าหาดไหนๆ มีทั้งที่เจ้าของกิจการเป็นต่างชาติและคนไทย  ถัดไปติดกับหาดคลองนิน คือ หาดคลองหิน  ซึ่งเป็นหาดที่แคบและเล็ก เต็มไปด้วยโขดหิน แต่ก็มากไปด้วยสัตว์น้ำใต้ทะเล เป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถสน๊อกเกิ้ลได้โดยไม่ต้องนั่งเรือไปไกลถึงกลางทะเลด้วยเช่นกัน
                 ต่อมาเป็นหาดชื่อแปลก หาดบากันเตียง  หาด บากันเตียง เป็นหาดที่นักท่องเที่ยวผู้นิยมความสงบชอบมาเยือน จุดเด่นของหาดบากันเตียงคือ ความเป็นป่าเขาของอุทยานฯโอบล้อม ชายหาดไว้รอบ คราใดที่ได้ลงเล่นน้ำทะเล และลอยตัวขึ้นมามองไปยังรอบตัวจะเห็นแต่สีเขียวสดของต้นไม้รอบๆ
                    ถัดจากหาดบากันเตียงคือ หาดคลองจาก  หาดเล็กๆที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากสิ่งวุ่นว่าย หาดทรายทอดตัวโค้งเรียวเหมือนเสี้ยวจันทร์ มีชายหาดละเอียดเหมือนแป้งและสะท้อนแสงขาวนวลในยามแดดส่อง และยังเป็นเส้นทางที่ไปสู่น้ำตกสายเล็กๆในเกาะลันตา จนบางคนเรียกหาดแห่งนี้ว่า หาดน้ำตก เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสงบ
                      หาดสุดท้ายของเกาะลันตาก่อนที่จะถึงแหลมโตนด หรืออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา คือ หาดลาสต์บีช หรือ อ่าวไม้ไผ่   ซึ่งตั้งอยู่ห่างไกลออกไปจากความวุ่นวายทั้งปวงทั้งหมด เหมาะสำหรับคนที่ชอบการใช้ชีวิตแบบส่วนตัวและเป็นปัจเจก ไม่ชอบความวุ่นวาย เบื่อความจอแจ จำเจ และชอบในความเรียบง่ายของทะเล และชีวิตที่ไร้รูปแบบพันธนาการใดใดเส้นทางก่อนถึงหาด เป็นทางลงจากภูเขาซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่อยู่สักหน่อย แต่คุณจะสามารถชมวิวทิวทัศน์ได้จากมุมสูงก่อนถึงหาดระหว่างทาง เมื่อถึงหาดแล้ว ก็นับคุ้มค่าไม่น้อย เพราะคุณจะได้พบกับน้ำทะเลสีเขียวมรกต และได้เดินบนหาดทรายที่อ่อนนุ่มพร้อมภูเขาสูงที่โอบล้อมรอบด้าน  
  

                 จากหาดสุดท้ายขี่รถขึ้นเนิน ไปอีกสักครู่หนึ่งเราก็เข้าเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เราจอดรถพูดคุยกับเจ้าหน้าที่อุทยานสักพักเพื่อทักทาย นอกจากมิตรไมตรีที่เราได้รับแล้วยังได้รับความรู้เพิ่มเติมมาด้วยว่า  อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตานั้นมีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยที่สวยงามจำนวนมาก อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ป่าชายหาด ป่าชายเลน แนวเขตปะการังที่สมบูรณ์และหาดทรายรอบเกาะต่างๆ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 83,750 ไร่ หรือ 134 ตารางกิโลเมตร  และเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 62 ของประเทศไทย
และเป็นสถานที่ตั้งของประภาคาร สัญลักษณ์ประจำเกาะลันตา

 




          หนึ่งวันเต็ม ๆ กับการขับรถมอเตอร์ไซค์ตะลอนเที่ยว ในที่สุดการเดินทางครั้งนี้ของเราก็บรรลุเป้าหมาย เพราะเรากำลังยืนอยู่ที่แหลมตโนด ที่ตั้งของประภาคารปัชโชติวชิราภา แหลมตโนด อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา และกำลังชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกน้ำ(ทะเล) ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย

          ความเหนื่อยล้าจากการตะลอนขี่รถถ่ายรูปเที่ยวตลอดวัน หายเป็นปลิดทิ้ง ลมทะเลเย็น ๆ โชยมาปะทะผิวกายจนเหงื่อแห้ง น้ำทะเลสีฟ้าเบื้องหน้าสวยงามราวภาพสีน้ำมัน ท้องฟ้าเป็นสีแดงสุกปลั่ง
นวลใย
           เรานั่งมองประภาคารยืนเดียวดายจนกระทั่งแสงสุดท้ายของดวงตะวันลับฟ้า จบการเดินทางตามหาประภาคารด้วยภาพประทับใจที่จะจดจำไปอีกนานแสนนาน



ข้อมูลการเดินทาง

          เกาะลันตาตั้งห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ พันกิโลเมตร และนักท่องเที่ยวที่ต้องการมายังเกาะลันตา สามารถเดินทางมาได้จากหลายวิธี คือ สามารถโดยสารเครื่องบิน มาลงที่กระบี่ หรือ ตรัง โดยถ้านักท่องเที่ยวเลือกที่จะโดยสารเครื่องบินมาจากกรุงเทพ และลงที่กระบี่ ก็ยังมีทางเลือกให้อีก 2 ทางว่า จะเดินทางโดยเรือโดยสารจากระบี่ มาเกาะลันตาหรือว่า จะเดินทางโดยการโดยสารรถตู้โดยสารจากระบี่เข้ามายังเกาะลันตา ก็แล้วแต่จะสะดวก หรือถ้าเดินทางมาจากตรัง ก็ต่อรถตู้โดยสารได้จากเมืองตรัง มายังเกาะลันตา

          หรือจะเดินทางมาจากภูเก็ต ก็สามารถนั่งเรือโดยสารจากภูเก็ต เข้าเกาะลันตาได้เช่นกัน โดยการโดยสารเรือจากภูเก็ต มาลงที่เกาะพีพี เพื่อเปลี่ยนเรือ และก็โดยสารเรือจากเกาะพีพี มาเกาะลันตา

          ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถทัวร์โดยสาร จะเข้าสถานีขนส่งตรังหรือสถานีขนส่งกระบี่ ก็ง่ายดายเช่นกัน ถ้าเลือกจะลงที่กระบี่ จะมีรถตู้ที่จะไปลันตามาเวียนรอบๆขนส่ง ซึ่งเราต้องใช้ความสังเกตจากตัวหนังสือข้างๆรถตู้นั่นว่า จะใช่รถตู้เข้าเกาะลันตาหรือไม่ ถ้าใช่ เราก็สามารถจะโดยสารรถตู้คันนั้นไปได้เลย แต่ถ้าไม่ต้องการคอย ก็สามารถนั่งรถโดยสารไปในเมืองกระบี่ เพื่อเดินทางมายังเกาะลันตากับรถตู้ได้

         แต่ถ้านักท่องเที่ยว เลือกนั่งรถทัวร์และมาลงที่จังหวัดตรัง ก็มีเพียงทางเลือกเดียวคือ ต้องโดยสารรถตู้โดยสารมา
เกาะลันตา

        แต่หากไม่ชอบนั่งรถทัวร์ และกลัวที่จะนั่งเครื่องบิน อีกทางเลือกหนึ่งคือ นั่งรถไฟจาก กรุงเทพ มาลงที่จังหวัดตรัง และโดยสารรถตู้โดยสารจากตรังตรงมายังเกาะลันตา ซึ่งคิวรถตู้มาเกาะลันตานั่น ห่างเพียงแค่ 100 เมตร จากสถานีรถไฟเท่านั้น

   
          **********************************

เที่ยวแม่กลางหลวง



                                                                                                                                                                          Bussababun :  Story
                                                                                                                                                          
                                                                                                                      Yannapat :  Photographer 

วันนี้
        บนถนนสายหนึ่งในกรุงเทพมหานครกลางควันรถอบอวล ฉันนั่งติดแหงกอยู่บนรถโดยสารประจำทางสายหนึ่งมากว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว  ในมือมีกระเป๋าโน๊ตบุ้ตใบใหญ่กับสัมภาระเล็กน้อย  สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถโดยสาร มองละไปยังป้ายโฆษณาต่างที่เรียงรายอยู่บนสองฝั่งถนน “เราเก็บธรรมชาติเอาไว้ให้คุณ” ประโยคบนป้ายผ้าใบโฆษณาบานหนึ่งสื่อสารกับฉันอย่างนั้น ในภาพเป็นภูเขากว้างสุดสายตาประดับด้วยภาพรีสอร์ทสุดหรู  และความสะดวกสบายที่บอกว่าเหมือนกับเป็นบ้านของเราเอง

Today
         On one street in Bangkok .  I sat on a bus more than one hour. In a large pocket have notebooks with little baggage.  I looked outside the window.  Looking at the billboards on the streets. . "We will give you a natural" 
That the wording on the billboard. The image is a mountain range.There is a luxury resort. Convenience That same home.







      สายตาฉันพิศมองเข้าในในภาพภูเขากว้างใหญ่ในแบ๊คกราวน์ภาพนั้น “เหมือนกับบ้านของเราเอง” ถ้อยคำโฆษณานั้นทำให้ฉันคิดไปคำนึงไปถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่เพิ่งจะจากมาไม่นาน ที่ซึ่งมีทิวเขากว้างไกลสุดสายตา มีทุ่งนาขั้นบันไดเรียงรายงดงาม และมีความสบายพอสมควรตามอัตภาพ หนักไปทางสบายใจมากกว่า  และน้ำใจไมตรีที่ชาวบ้านหยิบยื่นให้เรา จนเหมือนกับเป็นบ้านและเป็นญาติพี่น้องของเราเอง


        My eyesView Looking into the big hills."Like our own homes," Words that make me think of a place.    The mountain range. The vast rice fields   I  Feel comfortable with it.Generosity of local people As a relative.






หนึ่งเดือนที่แล้ว
       สัมภาระถูกจัดวางลงบนรถขนส่งอย่างระมัดระวัง ของมีค่าและกล้องเราเอาติดตัวไว้กับเราด้านบนรถ  คณะเดินทางกำลังออกเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปสู่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ โดยบริการบริษัทขนส่งมวลชน  เป้าหมายการเดินทางของหมุดหมายแรกคือพระธาตุศรีจอมทอง ซึ่งรถจะพาเราไปถึงในเวลารุ่งเช้า หมายความว่าคืนนั้นเราจะต้องหลับบนรถทัวร์ อาจจะไม่สะดวกสบายนัก แต่เป็นวิธีเดียวที่เอื้อให้นักท่องเที่ยวกำลังน้อยเวลาน้อยอย่างเราจะสามารถออกเดินทางไปได้ทุกที่ในประเทศไทยโดยไม่ต้องคิดว่ามันไกล ด้วยข้อแม้ว่าคุณต้องสามารถนอนหลับบนรถได้  เพียงหนึ่งตื่นคุณก็จะสามารถไปอรุณสวัสดิ์ได้ทุกจังหวัดที่คุณต้องการโดยไม่ต้องเสียค่าเครื่องบินและจองล่วงหน้า ไม่ว่าไกลแค่ไหน


One month.

Baggage is placed on the vehicle carefully. Of the camera, and we carry with us thecar. The journey is the journey from Bangkok to Chiang Mai Province A. Chom Thong transportation services company. The travel of Goal  is Phra That SiChom Thong. The bus will take us to the dawn of time. This means that we have to sleep that night on the tour bus. May be an inconvenience. But the only way to  the tourists are less time we will be able to travel to anywhere in Thailand without having to think too far. With it you can sleep on it. You will be able to justwake up one morning to all of you want without having to pay and book in advance.No matter how far.


          เป้าหมายการเดินทางของคณะของเราคือการไปเก็บภาพทุ่งนาขั้นบันได ที่บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ ซึ่งไม่อาจรู้ได้ว่าชาวบ้านจะเก็บเกี่ยวหรือยัง เท่าที่ลองโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเบื้องต้นดู ก็ทราบได้ว่าในขณะที่เราเดินทางไปนั้นก็อยู่ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว ซึ่งชาวบ้านก็จะเก็บเกี่ยวไปตามธรรมชาติ ไม่ได้ประวิงรอเวลาเพื่อนักท่องเที่ยว เพราะมันคือวิถีของเขาโดยสามัญ ผู้มาเยือนไม่อาจกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้  คำตอบนั้นยิ่งทำให้   “แม่กลางหลวง” หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาแห่งนี้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นและทำให้เรารู้สึกอยากที่จะไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง


        All of our goals is to Shoot  the rice field terraces . At Ban Mae Klang Luang, DoiInthanon, which may not know that people will not reap. As far as I see the callinformation. I know that as we get them in the harvest season. The villagers areharvested naturally. Do not delay waiting for the tourists. Because it is his ordinaryway. Visitors may not assign or change anything. The answer to that. "Mae Klang Luang "  This valley is even more interesting and makes us feel like to touch on their own time.









ความหมายของแม่กลางหลวง กับสิ่งที่รู้จาก
Google

             บ้านแม่กลางหลวง
ตั้งอยู่ในหุบเขานาขั้นบันไดอันเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 3   บนดอยอินทนนท์ ในเขตการปกครอง ของ หมู่ 17 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง  จ.เชียงใหม่  ชาวเขาเผ่า ปกาเกอะณอได้อพยพ มาจากประเทศพม่า เข้ามาอยู่ในบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ เมื่อประมาณทศวรรษ 2330 และได้ อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่บ้านอ่างกาน้อย และบ้านผาหมอน เป็นหมู่บ้านหลัก   เมื่อประมาณ 20 กว่าปี ก่อนการอพยพย้ายถิ่นไปมาในบริเวณนั้น ตามความเชื่อเกี่ยวกับ ภัยพิบัติและโรคระบาดที่เกิดขึ้น ได้มีการ ขยายหมู่บ้านจากบ้านอ่างกาน้อยไปบ้านแม่กลางหลวง ดังเช่นปัจจุบัน บริเวณลุ่มน้ำแม่กลาง หรือเรียกตามภาษาถิ่นว่า "แม่กลางคี" มีชนเผ่ากระเหรี่ยง อาศัย ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มชาติ พันธุ์ กระเหรี่ยงในกลุ่มสะกอ หรือยางขาวในภาษาราชการ หรือที่รู้จักในชื่อ ปกาเกอะญอ หรือ คานยอ (Kanyaw) อันหมายถึง ผู้มีความสมถะและเรียบง่าย บริเวณลุ่มแม่น้ำแม่กลางประกอบด้วยชุมชนย่อย 4 แห่ง คือ ชุมชนบ้าน อ่างกาน้อย ชุมชนบ้านแม่กลางหลวง ชุมชนบ้านหนองหล่ม และชุนบ้านผาหมอน โดยมีจำนวน ครัวเรือนในแต่ละ กลุ่มบ้านประมาณ 60 - 80 ครัวเรือน




The meaning of Mae Klang Luang. With the knowledge of Google.

             
Ban Mae Klang Luang. Located in the valley of the river basin level 3 on the steps of Doi Inthanon. In the area of ​​17 Mu, T. Ban Luang, Chom Thong district, Chiang Mai with a tribe in the year of the Exodus. From Burma. Into the area of ​​Doi Inthanon National Park, about a decade in 2330 and emigrated to settle in a little house in the area. Baan pha Mon  The village is about 20 years before the migration to the area. Beliefs about Disasters and disease outbreaks have occurred in a small village of Ban Mae Klang Luang to. Thus the present. Mae Klang River Basin. Or dialect known as "Mae Klang Kee" The tribes, which are the Karen ethnic group was the Karen Saka. " Yang Khow" of the official languages. Also known as the check for a pa ka ka yor  (Kanyaw), which means those who are humble and simple. Central Basin's community consists of four sub-basins in the community at Ban Mae Klang Luang.Ban Nong Lom. Baan pha Mon  and I pass by the number of households in each.Groups of 60 to 80 households 

ไหว้พระธาตุประจำปีชวด
      
      รถโดยสารพาเรามาถึงบริเวณหน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร ในเช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากล้างหน้าแปรงฟันแล้ว พวกเราเข้าไปกราบนมัสการพระธาตุศรีจอมทอง เป็นสถานที่ประดิษฐานของพระทักษิณโมลีธาตุ พระธาตุส่วนที่เป็น พระเศียรเบื้องขวาของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีขนาดโตประมาณ เมล็ดข้าวโพด สันฐานกลมเกลี้ยง สีขาวนวลเหมือน ดอกบวบ หรือ สีคล้ายดอกพิกุลแห้ง ตามประวัติเล่าว่า พระเจ้าอโศกมหาราช เป็นผู้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่ ดอยจอมทอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 218 ปัจจุบัน พระธาตุ ถูกบรรจุไว้ในพระโกศ 5 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ภายใน พระวิหารจตุรมุข ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส คล้ายพระเจดีย์ กว้าง 4 เมตร สูง 8 เมตร ตามประวัติว่าสร้างขึ้นโดย พระเจ้าดิลกปนัดดาธิราช หรือ พระเมืองแก้ว กษัตริย์ราชวงศ์มังราย เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2060
  ภายในบริเวณวัดอบอวลด้วยมนต์เสน่ห์ของศิลปะล้านนา ร่มรื่นด้วยต้นโพธิ์ใหญ่ ซึ่งใต้ต้นมีการใช้ไม้สัดลวดลายสวยงามต่างค้ำอยู่ ตามความเชื่อประเพณีค้ำโพธิ์ของชาวบ้านที่นี่


Respect to the Buddha bone .
       
       Buses took us to the front of Wat Phra That Chom Thong the third in themorning.After washing and brushing teeth. We pay homage to Phra That Si Chom Thong.It is enshrined Buddha bone.The Rich and the charm of Lanna. Trees with large Bodhi tree.. According to traditional beliefs of the peoplehere "Kam Poe".




สู่หมู่บ้านกลางหุบเขา
      หลังจากนมัสการกราบพระเอาฤกษ์ชัยแล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางสู่หมู่บ้านแม่กลางหลวงโดยใช้บริการรถสองแถวสาย จอมทอง
แม่แจ่ม ซึ่งจะผ่านปากทางเข้าหมู่บ้านแม่กลางหลวง หลังจากปากทางคณะเดินทางต้องเดินเท้าเข้าไปบนทางคอนกรีตอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงหมู่บ้าน และภาพแรกที่ต้อนรับเราก็คือภาพทุ่งนาขั้นบันไดสีเหลือทองอร่ามสุดสายตา บนแปลงมีชาวบ้านกำลังเก็บเกี่ยวและ ล้อมวงตีข้าวกันอย่างขยันขันแข็ง ซึ่งเป้ฯสิ่งที่เราทุกคนคาดหวังว่าจะได้พบกับภาพแบบนี้ตั้งแต่ก่อนมา แต่ความคาดหวังนั้นก็อาจเทียบเท่าความงดงามของภาพจริง เพราะเวลายืนอยู่ตรงนั้นมันรู้สึกงดงามเกินกว่าความคาดหวังไปซะทุกครั้ง 





Mae Klang Luang  Valley to the village.
       After finishing s worship God. Time to leave the village of Mae Klang Luang Chom Thong by  a minibus service - which will pass the entrance to the village of Mae Mae Klang Luang. We have to walk on the concrete,approximately 1 mile to the village. And it is a welcome first step the remainingfields with golden eyes. The villagers are harvesting . Circle Citywas very conscientious. It's just what we all expect to find a picture like this before. expect that it may be the equivalent of real beauty. I was standing there, it was beautiful beyond all my expectations away.




น้ำตกผาดอกเสี้ยว

     เข้าที่พักอันเป็นกิจการของชาวบ้านที่นี่เก็บสัมภาระพักผ่อนตามอัธยาศัยเรียบร้อย โปรแกรมของการเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น นั่นคือการเดินเท้าลัดเลาะขึ้นเขาผ่านหมู่บ้านไปยังน้ำตกผาดอกเสี้ยว ซึ่งชาวบ้านบางคนก็เรียกว่า “น้ำตกรักจัง” เพราะเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องรักจัง หนังรักโรแมนติดเรื่องโปรดของใครหลายคน เส้นทางเดินไปน้ำตกผาดอกเสี้ยวต้องเดินผ่านทุ่งนาขั้นบันไดขึ้นเขาไปประมาณ
3 กิโลเมตร น้ำตกผาดอกเสี้ยวได้ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาอันอุดมสมบูรณ์ มีทั้งหมด 10 ชั้น ชั้นที่สวยงามที่สุดคือชั้นที่ 7 เพราะนอกจากสายน้ำที่กระโจนตกจากผากระเซ็นซ่านอย่างงดงาม ยังมีสะพานไม้ไผ่ที่สร้างขึ้นในแบบชาวเขาซึ่งเข้ากันได้ดีกับภูมิทัศน์บริเวณนั้น  ชื่อของน้ำตกผาดอกเสี้ยวนั้นมาจาก ต้นเสี้ยว ซึ่งเป็นไม้เด่นในบริเวณนั้นนั่นเอง

       กว่าจะออกจากน้ำตกผาดอกเสี้ยวกลับที่พักในหมู่บ้านก็เย็นแล้ว ค่ำคืนนั้นเรานอนนับดาวและพูดคุยกันรอบกองไฟกลางอุณภูมิอันเหน็บหนาวต่ำกว่า
10 องศา ก่อนจะพักเอาแรงเพื่อออกไปถ่ายภาพในวันรุ่งขึ้น 
ซึ่งหมุดหมายของเราอยู่ที่ ทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน อ่างกาหลวง ดอยอินทนนท์ 


Pha Dok Seaw waterfall.

     
Check the operation of their luggage at a rest already. The frist Program  begins. The walk traverses up the hill through the village to the Pha dok seaw waterfall . Which some people call it. "Rak Jang Waterfall " because this place is a Lacation to make Movie  "Rak Jang"  . Romantic love Movie  is a favorite of many people. Trails to Pha dok seaw waterfalls, cliffs,  walk through the field stepped up the hill about  3  kilometers   Pha dok seaw waterfalls   was hidden in a valley  with all 10 layers, which is the most beautiful  7th floor because the water is falling. falling from a cliff with a magnificent splash gone. The bamboo bridge was built in the tribe, which is compatible with the landscape of the area.The name of the  Pha dok seaw waterfalls  is from Seaw Tree  is a large area.
      I out from  Pha dok seaw waterfalls  to  village   .That Night  We Counting the stars , we talked around the fire in the coldest temperatures below 10 degrees  for a while to go out to shoot the next day. tomorrow Next place . Kew Mae Pan Nature Trail Ang Ka Luang, Doi Inthanon.





สวรรค์บนดินมีจริง
            รถกระบะของพ่อหลวงเร่งเครื่องออกไปแต่เช้าตรู่ เพื่อนำพาพวกเราไปนมัสการพระธาตุนภเมทนีดล และพระธาตุนภพลภูมิสิริ  เจดีย์คู่เฉลิมพระเกียรติที่เด่นตระหง่านอยู่บนยอดดอยอินทนนท์ และได้ไปเที่ยวชมจุดสูงสุดแดนสยาม ตามด้วยชมทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกาหลวงอันเป็นประตูสู่เทือกเขาหิมาลัย ซึ่งมีพืชพรรณหน้าตาแปลก ๆ ให้เราได้ศึกษา


A real paradise on earth
             Trucks departed from the morningTo lead us to worship Phra That napamatineedol and phra That napapolbhummisiri And visit the highest point of Siam.Followed by a visit to the Ang Ka Luang Nature Trail, the gateway to theHimalayas.



       แต่อีกความประทับใจของทริปที่ไม่สามารถลืมได้ลงเลยก็คือ ทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน
ที่มีความงดงามเหนือคำบรรยาย ท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บเราได้ออกแรงเดินไปบนเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้น เป็นวงรอบระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางเดินที่ผ่านแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ ช่วงแรกเป็นป่าดิบชื้นมีมอส และเฟิร์นขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นตามลำต้นของไม้ใหญ่ที่แข่งขันกันเติบโตเพื่อรับแสงอาทิตย์ หลังจากผ่านดงทึบของป่าดิบเขา จึงเข้าสู่ช่วงของทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่คอยเปลี่ยนสีจากสีเขียวขจึในช่วงฤดูฝนสลับกับสีน้ำตาลอ่อนอย่างพรั่งพร้อมในช่วงฤดูแล้ง เห็นไอหมอกเมฆไหลมาอยู่เบื้องหน้าซึ่งคาดไม่ถึงเลยว่าจะอยู่หลังม่านอันหนาทึบ หากสังเกตดีๆ ตามทางเดินจะพบมูลหรือรอยขุดคุ้ยหาอาหารของสัตว์ป่า เมื่อเราออกเดินทางต่อจะพบกับต้นกุหลาบพันปีแดงขึ้นอยู่ตามหน้าผาเป็นดงกว้างจำนวนมากและมีขนาดใหญ่ จะพากันผลิดอกเบ่งบานในช่วงเดือนมกราคม -  มีนาคม พันธุ์ไม้ชนิดนี้ถือเป็นลักษณะเด่นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานแห่งนี้ แล้วจึงวกกลับเข้าสู่ป่าดิบเขาอีกครั้งหนึ่ง เป็นการเดินช่วงสุดท้าย จะต้องเดินลงสู่ลำห้วยแม่ปาน ที่ไหลลดเลี้ยวมาจากบริเวณที่ข้ามมาในช่วงต้น 

       But the impression of a trip that can not be forgotten.Kew Mae Pan Nature Trail. A beautiful beyond description.Amid the cold air , we have to walk along the short time .The path is divided into four phases.The first is a tropical rain forest with moss. And ferns are the upper trunk of the treeis growing competition for sunlight.fter passing through the dense grove of evergreen forest. So to a large range ofgrass will change color from green to a striking during the rainy season isequipped with a light brown during the dry season.I see the clouds coming in front of the unexpected things that are behind a thickcurtain.If you follow the trail to find the faeces of wild animals for food or digging it.When we set out to find a red rose up in the cliffs along the grove, and a lot larger.Spring flowers bloom during the months of January to March.This species is a feature of the Kew Mae Pan Trail.

       เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน สามารถวนรอบไปกลับในวันเดียว ตามหนทางจะผ่านไปสู่ป่าดงดิบริมธารน้ำ ขึ้นเนินผ่านป่าที่ห้อยระย้าด้วยมอส ฝอยลม ในยามหน้าฝนจะถูกปกคลุมด้วยหมอกขาวและอากาศที่หนาวเย็น สุดปลายทางที่ทุ่งหญ้าบนเนินที่ดารดาษด้วยดอกไม้ตามพื้น เช่น หนาดเขาสีขาวเป็นตุ่ม ๆ ส้มแปะ และดอกไม้ป่าสีเหลือง ม่วง ขาว อีกหลายชนิด เช่น บัวทองอินทนนท์ ไวโอเล็ต  เป็นสีสันของป่าที่งดงามจับจิตจับใจและทำให้การเดินทางครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ไม่อาจลืมเลือน

          Kew Mae Pan Nature Trail. Can loop back the same day.The way through to the rain forest along the stream. Uphill through the forest .During the rainy season will be covered with white fog and cold weather.The end of the pasture on the hill dotted with flowers.The colors of the forest  on this journey is an experience not to beforgotten.






ข้อมูลการเดินทาง
โดยรถยนต์ส่วนตัว
สามารถเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่ ฮอด) ผ่านอำเภอหางดง อำเภอ สันป่าตอง และอำเภอจอมทอง เป็นระยะทาง 50 กิโลเมตรโดยประมาณแล้วเดินทาง ต่อไปตามเส้นทาง อำเภอจอมทอง อุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ (ทางหลวงหมายเลข 1009) อีกประมาณ 26 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่บ้านแม่กลางหลวง 


Travel information.
By car.
Can travel from Chiang Mai Along Highway 108.  (Chiang Mai - HodThrough. Hang Dong and Chom Thong, San Pa Tong district.A distance of 50 kilometers. Then travel along the Chom Thong, Doi Inthanon National Park (Highway 1009).  Distance  26  kilometers  , turn left into Ban Mae Klang Luang.

 โดยรถประจำทาง
- จากกทม. นั่งรถสายกทม.-จอมทอง มีทั้งรถ ปอ. 1และ ปอ.2 หลังจากนั้นต่อรถสองแถวที่อ.จอมทอง
- จากจอมทองนั่งรถสายจอมทอง - แม่แจ่มค่าโดยสาร 80 บาท เป็นรถสองแถวสีเหลือง คิวรถอยู่ที่ข้างวัดพระธาตุ ศรีจอมทอง รถจะออกต่อเมื่อมีผู้โดยสารเต็ม รถจะผ่านเข้าเส้นทางไปอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ บอกคนขับว่า ลงก.ม. ที่ 26 บ้านแม่กลางหลวง หลังจากนั้นเดินเข้าไปในหมู่บ้านอีกประมาณ 500 เมตรก็จะถึง บ้านแม่กลางหลวง


By bus.
- From Bangkok  . A bus to Bangkok. - ChomThong .  After the minibus at. Chomthong.
-From Chomthong The Minibus Chomthong - Maecham fare 80 bath (A Yellow Minibus Next to wat pra That Sri ChomThong) The minibus Through Inthanon Nationnal Park .  26 km off the bus at Ban Mae Klang Luang. 


Thank you 
By minicookiestravel   Sorry for  the grammar of English.            
Follow me at FACEBOOK 
                                                        # # #