บุษบาบัณ เรื่อง / ภาพ
"ดวงไฟประภาคารสวยล้ำค่า ยามที่เราล่องเรืออยู่ในทะเลลึกจนหาทางกลับไม่ได้ แต่เราจ้องดูดวงไฟ เพียงให้รู้ว่าควรเดินไปทางทิศทางใด แต่ใช่ว่าเราจะต้องหันหัวเรือ เพื่อมุ่งไปจอดเทียบท่าประภาคารเสียเมื่อไร ได้รักเธอประภาคารก็ดูสวยดี"
จาก จดหมายรักจากเรือถึงประภาคาร โดย ปราย พันแสง
ข้อความข้างต้นคือเรื่องราวเกี่ยวกับประภาคารและความรักที่ถูกถ่ายทอดลงไปบนหน้ากระดาษโดยฝีมือของนักเขียนสาวผ้ลุ่มหลงในความงามของประภาคาร
ประภาคาร คือ ดวงตาของชาวเรือ ดวงไฟแห่งท้องทะเลในยามค่ำคืน วันที่ฟ้าไร้ซึ่งแสงอาทิตย์และแสงจันทร์ คือเครื่องสื่อความหมายบอกให้ชาวเรือในน่านน้ำนั้น ๆ ได้รู้ว่าเรือกำลังแล่นไปในทิศทางใด
และ ประภาคารเดียวกันนั้นในอีกนัยยะหนึ่งก็สื่อถึงความหมายของ การรอคอย ประภาคารคือฉากอันงดงามของนวนิยายรักหลายต่อหลายเรื่อง
ในประเทศไทยมีประภาคารที่กองเครื่องหมายทางเรือ กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ สร้างขึ้นทั้งสิ้น 14 แห่ง ที่เป็นที่รู้จักกันดี เช่น ประภาคารกาญจนาภิเษก แหลมพรหมเทพ จ. ภูเก็ต ประภาคารพาหุรัตน์ เกาะจวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นต้น ซึ่งเครื่องหมายช่วยในการเดินเรือเหล่านั้นจะกระจายอยู่ทั้งสองฝั่งของน่านน้ำไทย ซึ่งในปัจจุบันไม่เพียงแต่ใช้ในการเดินเรือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ประภาคารบางแห่งยังมีความสวยงามจนสามารถสร้างให้กลายเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ ดังเช่น ประภาคารเกาะลันตา หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ประภาคารปัชโชติวชิราภา ที่ตั้งอยู่ ณ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่นั้น เป็นที่เลื่องลือในเรื่องของความงดงาม จนกล่าวขานกันในหมู่นักท่องเที่ยวว่า ทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกน้ำที่ประภาคารเกาะลันตา เป็นทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกที่งดงามมากที่สุดในเมืองไทย
จริง ไม่จริง ก็มีทางเดียวที่จะหาคำตอบได้ นั่นคือ ต้องเดินทางไปพิสูจน์ให้เห็นกับตา เหตุนี้จึงเป็นที่มาของการออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ เกาะลันตา อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ กับทริปตามหาประภาคารในครั้งนี้
เกาะลันตา ตั้งอยู่ในท้องทะเลฝั่งอันดามัน ระหว่าง จ. กระบี่ และเกาะพีพี ประกอบด้วยเกาะลันตาน้อยและเกาะลันตาใหญ่ เกาะที่มีธุรกิจท่องเที่ยวและการประกอบการทั้งหมดจะอยู่ที่เกาะลันตาใหญ่ เพราะเกาะลันตาใหญ่เป็นเกาะที่ประกอบด้วยเวิ้งหาดจำนวนมาก
หาดถัดมาคือ หาดคลองดาว มีความยาวประมาณ
ต่อมาคือ หาดพระแอะ หรือ ลองบีช หรือ หาดที่เราเลือกเป็นที่พัก หาดพระแอะเป็นหาดที่มีความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร ลักษณะหาดมีความลาดเอียงลงสู่ทะเล ฉะนั้น นักท่องเที่ยวที่ต้องการเล่นน้ำในบริเวณหาดนี้ ควรใช้ความระมัดระวังสักนิดหน่อย แต่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว คลื่นลมไม่แรงมาก หาดทรายมีความเนียนละเอียด นักท่องเที่ยวนิยมมาอาบแดดกันมากกว่า และมีทิวสนเรียบขนาบไปกับหาดทราย มีบาร์เล็ก บาร์ใหญ่และบริการต่างๆให้นักท่องเที่ยวครบครันเช่นกัน นอกจากนี้ตรงรอยเชื่อมทางใต้สุดของหาด สามารถลงเล่นน้ำสน๊อกเกิ้ลได้
ต่อจากหาดพระแอะหรือลองบีช ก็มาที่ หาดคลองโขง ซึ่งมีความยาวของหาดประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ มีต้นเตยทะเลและต้นสนทะเล ขึ้นเรียงรายเรียบไปกับความยาวของหาดเป็นช่วงๆ และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในยามน้ำทะเลลด สามารถมองเห็นโขดหินเรียงรายภายใต้ดวงตะวันสีส้มในยามพระอาทิตย์ตก และตามโขดหินเหล่านี้ ยังเป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำตัวเล็กๆ และสัตว์น้ำที่ต้องการพื้นที่ในการฟูมฟักจากไข่อ่อน ให้แข็งแรงพอที่จะออกไปเผชิญกับโลกกว้างเบื้องหน้า เราจึงสามารถเห็นลูกปลาตัวเล็กๆตามโขดหินนี้มากมาย และถ้าโชคดี เรายังสามารถจะได้เห็นวิธีการหากุ้งหรือกั้งจากโขดหิน เมื่อน้ำทะเลลดของชาวบ้านและชาวเลในเกาะลันตาที่ไม่เหมือนใครด้วย
ต่อมาเป็นหาดเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า หาดคลองโตบ เป็นหาดเล็กๆ ที่มีความสวยงามและมากมายไปด้วยเรื่องราว มักเป็นที่จอดพักเรือหางยาวของชาวประมง และเป็นแหล่งอาหารของชาวบ้านที่จะมาหาอาหารพวกหอย พวกปูตามโขดหิน เอาไปทำอาหารในมื้อค่ำ หาดคลองโตบ โดดเด่นด้วยกระท่อมพักแรมของชาวบ้านที่ทำขึ้นเองอย่างง่ายๆ และสวยงามด้วยจุดชมวิวที่แปลกตา มีร้านกาแฟสดเล็กๆ ที่เปิดให้บริการอย่างเป็นกันเอง ถ้าได้ลองนอนเอนอ่านหนังสือ และจิบกาแฟสดหอมกรุ่น ในวันที่อากาศฟ้าสวยเข้มด้วยแสงแดดและสีเขียวสดของท้องทะเลแล้ว รับประกันได้ว่า คุณจะลืมเกาะลันตาไม่ลง
ต่อมาตามเส้นทางไปอุทยานแห่งชาติของถนนเส้นหลัก เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาจากบ้านศาลาด่าน มาประมาณ 20 กิโลเมตร จะเจอทางแยก ซึ่งมีป้ายบอกชัดเจนว่าถึงทางแยกไปหาดคลองนิน , หาดบากันเตียง และอุทยานแห่งชาติ
และเมื่อเลี้ยวเข้าไปจะได้พบกับทางโค้งเล็กๆ ซึ่งนำพาเราออกสู่เส้นทางถนนกับทะเลที่ขนาบกัน และมีบังกะโล รีสอร์ท มากมายเรียงรายติดหาด และมีนักท่องเที่ยวเดินเล่นตามชายหาดอยู่อย่างสบายใจ
เลี้ยวขวาตามทางแยก ขับมาซักครู่ ขบวนรถก็ต้องหยุด เพื่อชมความงดงามของ หาดคลองนิน ที่สวยด้วยหาดทรายขาวสะอาด และน้ำทะเลสีฟ้าใส เท่าที่สังเกตดู โรงแรมที่พักมีไม่แออัดมากนัก และราคาไม่แพง หาดคลองนิน มีจุดเด่นอยู่ที่ความใสของน้ำทะเล มีนักท่องเที่ยวสน๊อกเกิ้ลดูปลาทะเลได้จากริมหาด นอกจากนี้หาดทรายของหาดคลองนิน ยังความลาดชันไม่มาก เราจึงมักพบนักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นกีฬา เช่น วอลเลย์บอล หรือ ฟุตบอลที่หาดนี้ด้วย
ร้านอาหารและบาร์เบียร์ ที่หาดคลองนินก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าหาดไหนๆ มีทั้งที่เจ้าของกิจการเป็นต่างชาติและคนไทย ถัดไปติดกับหาดคลองนิน คือ หาดคลองหิน ซึ่งเป็นหาดที่แคบและเล็ก เต็มไปด้วยโขดหิน แต่ก็มากไปด้วยสัตว์น้ำใต้ทะเล เป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถสน๊อกเกิ้ลได้โดยไม่ต้องนั่งเรือไปไกลถึงกลางทะเลด้วยเช่นกัน
ต่อมาเป็นหาดชื่อแปลก หาดบากันเตียง หาด บากันเตียง เป็นหาดที่นักท่องเที่ยวผู้นิยมความสงบชอบมาเยือน จุดเด่นของหาดบากันเตียงคือ ความเป็นป่าเขาของอุทยานฯโอบล้อม ชายหาดไว้รอบ คราใดที่ได้ลงเล่นน้ำทะเล และลอยตัวขึ้นมามองไปยังรอบตัวจะเห็นแต่สีเขียวสดของต้นไม้รอบๆ
ถัดจากหาดบากันเตียงคือ หาดคลองจาก หาดเล็กๆที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากสิ่งวุ่นว่าย หาดทรายทอดตัวโค้งเรียวเหมือนเสี้ยวจันทร์ มีชายหาดละเอียดเหมือนแป้งและสะท้อนแสงขาวนวลในยามแดดส่อง และยังเป็นเส้นทางที่ไปสู่น้ำตกสายเล็กๆในเกาะลันตา จนบางคนเรียกหาดแห่งนี้ว่า หาดน้ำตก เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสงบ
หาดสุดท้ายของเกาะลันตาก่อนที่จะถึงแหลมโตนด หรืออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา คือ หาดลาสต์บีช หรือ อ่าวไม้ไผ่ ซึ่งตั้งอยู่ห่างไกลออกไปจากความวุ่นวายทั้งปวงทั้งหมด เหมาะสำหรับคนที่ชอบการใช้ชีวิตแบบส่วนตัวและเป็นปัจเจก ไม่ชอบความวุ่นวาย เบื่อความจอแจ จำเจ และชอบในความเรียบง่ายของทะเล และชีวิตที่ไร้รูปแบบพันธนาการใดใดเส้นทางก่อนถึงหาด เป็นทางลงจากภูเขาซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่อยู่สักหน่อย แต่คุณจะสามารถชมวิวทิวทัศน์ได้จากมุมสูงก่อนถึงหาดระหว่างทาง เมื่อถึงหาดแล้ว ก็นับคุ้มค่าไม่น้อย เพราะคุณจะได้พบกับน้ำทะเลสีเขียวมรกต และได้เดินบนหาดทรายที่อ่อนนุ่มพร้อมภูเขาสูงที่โอบล้อมรอบด้าน
จากหาดสุดท้ายขี่รถขึ้นเนิน ไปอีกสักครู่หนึ่งเราก็เข้าเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เราจอดรถพูดคุยกับเจ้าหน้าที่อุทยานสักพักเพื่อทักทาย นอกจากมิตรไมตรีที่เราได้รับแล้วยังได้รับความรู้เพิ่มเติมมาด้วยว่า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตานั้นมีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยที่สวยงามจำนวนมาก อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ป่าชายหาด ป่าชายเลน แนวเขตปะการังที่สมบูรณ์และหาดทรายรอบเกาะต่างๆ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ83,750 ไร่ หรือ 134 ตารางกิโลเมตร และเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 62 ของประเทศไทย และเป็นสถานที่ตั้งของประภาคาร สัญลักษณ์ประจำเกาะลันตา
หนึ่งวันเต็ม ๆ กับการขับรถมอเตอร์ไซค์ตะลอนเที่ยว ในที่สุดการเดินทางครั้งนี้ของเราก็บรรลุเป้าหมาย เพราะเรากำลังยืนอยู่ที่แหลมตโนด ที่ตั้งของประภาคารปัชโชติวชิราภา แหลมตโนด อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา และกำลังชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกน้ำ(ทะเล) ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย
ความเหนื่อยล้าจากการตะลอนขี่รถถ่ายรูปเที่ยวตลอดวัน หายเป็นปลิดทิ้ง ลมทะเลเย็น ๆ โชยมาปะทะผิวกายจนเหงื่อแห้ง น้ำทะเลสีฟ้าเบื้องหน้าสวยงามราวภาพสีน้ำมัน ท้องฟ้าเป็นสีแดงสุกปลั่ง
นวลใย
เรานั่งมองประภาคารยืนเดียวดายจนกระทั่งแสงสุดท้ายของดวงตะวันลับฟ้า จบการเดินทางตามหาประภาคารด้วยภาพประทับใจที่จะจดจำไปอีกนานแสนนาน
จากหาดสุดท้ายขี่รถขึ้นเนิน ไปอีกสักครู่หนึ่งเราก็เข้าเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เราจอดรถพูดคุยกับเจ้าหน้าที่อุทยานสักพักเพื่อทักทาย นอกจากมิตรไมตรีที่เราได้รับแล้วยังได้รับความรู้เพิ่มเติมมาด้วยว่า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตานั้นมีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยที่สวยงามจำนวนมาก อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ป่าชายหาด ป่าชายเลน แนวเขตปะการังที่สมบูรณ์และหาดทรายรอบเกาะต่างๆ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ
หนึ่งวันเต็ม ๆ กับการขับรถมอเตอร์ไซค์ตะลอนเที่ยว ในที่สุดการเดินทางครั้งนี้ของเราก็บรรลุเป้าหมาย เพราะเรากำลังยืนอยู่ที่แหลมตโนด ที่ตั้งของประภาคารปัชโชติวชิราภา แหลมตโนด อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา และกำลังชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกน้ำ(ทะเล) ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย
ความเหนื่อยล้าจากการตะลอนขี่รถถ่ายรูปเที่ยวตลอดวัน หายเป็นปลิดทิ้ง ลมทะเลเย็น ๆ โชยมาปะทะผิวกายจนเหงื่อแห้ง น้ำทะเลสีฟ้าเบื้องหน้าสวยงามราวภาพสีน้ำมัน ท้องฟ้าเป็นสีแดงสุกปลั่ง
นวลใย
เรานั่งมองประภาคารยืนเดียวดายจนกระทั่งแสงสุดท้ายของดวงตะวันลับฟ้า จบการเดินทางตามหาประภาคารด้วยภาพประทับใจที่จะจดจำไปอีกนานแสนนาน
ข้อมูลการเดินทาง
เกาะลันตาตั้งห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ พันกิโลเมตร และนักท่องเที่ยวที่ต้องการมายังเกาะลันตา สามารถเดินทางมาได้จากหลายวิธี คือ สามารถโดยสารเครื่องบิน มาลงที่กระบี่ หรือ ตรัง โดยถ้านักท่องเที่ยวเลือกที่จะโดยสารเครื่องบินมาจากกรุงเทพ และลงที่กระบี่ ก็ยังมีทางเลือกให้อีก 2 ทางว่า จะเดินทางโดยเรือโดยสารจากระบี่ มาเกาะลันตาหรือว่า จะเดินทางโดยการโดยสารรถตู้โดยสารจากระบี่เข้ามายังเกาะลันตา ก็แล้วแต่จะสะดวก หรือถ้าเดินทางมาจากตรัง ก็ต่อรถตู้โดยสารได้จากเมืองตรัง มายังเกาะลันตา
หรือจะเดินทางมาจากภูเก็ต ก็สามารถนั่งเรือโดยสารจากภูเก็ต เข้าเกาะลันตาได้เช่นกัน โดยการโดยสารเรือจากภูเก็ต มาลงที่เกาะพีพี เพื่อเปลี่ยนเรือ และก็โดยสารเรือจากเกาะพีพี มาเกาะลันตา
ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถทัวร์โดยสาร จะเข้าสถานีขนส่งตรังหรือสถานีขนส่งกระบี่ ก็ง่ายดายเช่นกัน ถ้าเลือกจะลงที่กระบี่ จะมีรถตู้ที่จะไปลันตามาเวียนรอบๆขนส่ง ซึ่งเราต้องใช้ความสังเกตจากตัวหนังสือข้างๆรถตู้นั่นว่า จะใช่รถตู้เข้าเกาะลันตาหรือไม่ ถ้าใช่ เราก็สามารถจะโดยสารรถตู้คันนั้นไปได้เลย แต่ถ้าไม่ต้องการคอย ก็สามารถนั่งรถโดยสารไปในเมืองกระบี่ เพื่อเดินทางมายังเกาะลันตากับรถตู้ได้
แต่ถ้านักท่องเที่ยว เลือกนั่งรถทัวร์และมาลงที่จังหวัดตรัง ก็มีเพียงทางเลือกเดียวคือ ต้องโดยสารรถตู้โดยสารมา
เกาะลันตา
เกาะลันตา
แต่หากไม่ชอบนั่งรถทัวร์ และกลัวที่จะนั่งเครื่องบิน อีกทางเลือกหนึ่งคือ นั่งรถไฟจาก กรุงเทพ มาลงที่จังหวัดตรัง และโดยสารรถตู้โดยสารจากตรังตรงมายังเกาะลันตา ซึ่งคิวรถตู้มาเกาะลันตานั่น ห่างเพียงแค่ 100 เมตร จากสถานีรถไฟเท่านั้น
**********************************